เรื่องเล่าจากพื้นที่ป่าชุมชนอ่าวอ้ายยอ จังหวัดนครศรีธรรมราช

February 28th, 2011

ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม 2554 ป่าชุมชนอ่าวอ้ายยอ จังหวัดนครศรีธรรมราช
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้


           เมื่อวันที่ 6 เดือนธันวาคม 2553 คณะสำรวจจากสำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้  กรมป่าไม้ ได้เดินทางเข้าพื้นที่ป่าชุมชนอ่าวอ้ายยอ ตั้งอยู่ บ้านถ้ำตลอด ตำบลน้ำตก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเตรียมความพร้อมการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในอนาคต โดยมี นางจำเนียร โลกวิจิตร ผู้ใหญ่บ้าน คุณบุญเลิศ พันธุ์สนิท ประธานป่าชุมชนและคณะคอยต้อนรับ และให้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับป่าแห่งนี้ และได้นำคณะสำรวจเดินดูสภาพของป่า ซึ่งจากการเดินป่าครั้งนี้พบว่าป่าชุมชนอ่าวอ้ายยอเป็นป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งสังเกตได้จากต้นไม้ขนาดใหญ่หลายชนิด  จะมีพืชจำพวกเฟิร์นและมอสส์หลายชนิดปกคลุมบริเวณลำต้นและกิ่งของต้นไม้ นอกจากนี้ยังมีธารน้ำหลายสายที่กำเนิดจากผืนป่านี้ ให้ความชุ่มชื้นให้กับทุกชีวิตที่อาศัยอยู่ นอกจากนี้ยังพบเห็ดราหลายชนิดมีทั้งชนิดกินได้และกินไม่ได้ ซึ่งเห็ดราเหล่านี้เป็นตัวย่อยสลายซากพืชให้กลายเป็นอินทรีย์วัตถุ คืนสู่ธรรมชาติ เห็ดราบางชนิดยังแต่งแต้มสีสันให้กับป่าได้อย่างสวยงาม ตลอดเส้นทางกลางป่าอ่าวอ้ายยอ ยังได้ยินเสียงนกและพบร่องรอยของสัตว์เป็นระยะๆ จนทำให้คณะสำรวจเพลิดเพลินหายเหนื่อย จากการเดินสำรวจครั้งนี้ ซึ่งจากการพบสิ่งมีชีวิตหลายๆชนิดที่มีการพึ่งพากันอย่างสมดุลตามธรรมชาติจึงทำให้พื้นที่ป่าชุมชนอ่าวอ้ายยอเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งคาดว่าเมื่อสำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้วทางคณะสำรวจน่าจะมีข้อมูลสาระดีๆ ที่น่าสนใจเป็นประโยชน์ต่อชุมชนมานำเสนออย่างแน่นอนโปรดติดตามคณะสำรวจ สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ต่อไปนะค่ะ

 


วางแผนการเดินสำรวจป่า                               สภาพป่าชุมชนอ่าวอ้ายยอ

                                   ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับชาวบ้านอ่าวอ้ายยอ                        เดินสำรวจป่าอ่าวอ้ายยอ                                          

การอบรมเชิงปฎิบัติการหลักสูตร “เทคนิคการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น” (ภาคเหนือ)

February 15th, 2011

…..เมื่อวันที่ 7-10 กุมภาพันธ์ 2554 สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้ ได้จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “เทคนิคการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น”  ณ ศูนย์การเรียนรู้การเกษตรเทิดไทฟาร์ม ต.วังใหญ่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ให้กับข้าราชการ พนักงานราชการ และอาสาสมัครชาวบ้านที่ทำงานให้กับโครงการอนุรักษ์และพัฒนาด้านความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่จังหวัดน่าน เชียงใหม่ ตาก เพชรบูรณ์ และสุโขทัย จำนวน 30  คน การฝึกอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการ ฝึกอบรมมีทักษะ ความรู้ และความเข้าใจในรูปแบบและวิธีการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพด้านพืช สัตว์ แมลง เห็ดรา ไลเคน และภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งมีการสร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

…..การฝึกอบรมในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก อ.ศักดา ทวิชศรี ดร.สุกัญญานี แชประเสริฐ อ.ขจรศักดิ์ วงศ์ชีวรัตน์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ดร.ไสว วังหงษา       นางสาวสุคนธ์ทิพย์ ศิริมงคล นางสาวฝนทอง แซ่เล้า นางสาวนงผงา ปาเฉย นายนราศักดิ์ บุญใหม่ นายนิรัณ จันทะรัตน์ และนางสาวปรางรัตน์ อิทธโยภาสกุล จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นวิทยากร ผลการฝึกอบรมทำให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในแต่ละพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการสำรวจและเก็บข้อมูล เพื่อนำไปใช้ในการปฎิบัติงานในพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง

.

ดร.สุรางค์ เธียรหิรัญ ประธานเปิดการอบรมฯ                           ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน

อ.ศักดา ทวิชศรี                                        ดร.สุกัญญานี แชประเสริฐ

อ.ขจรศักดิ์ วงศ์ชีวรัตน์                                      ดร.ไสว วังหงษา

นางสาวสุคนธ์ทิพย์ ศิริมงคล                               นางสาวฝนทอง แซ่เล้า

นางสาวนงผงา ปาเฉย                                     นายนราศักดิ์ บุญใหม่

นายนิรัณ จันทะรัตน์                                นางสาวปรางรัตน์ อิทธโยภาสกุล

บรรยากาศการอบรม

การอบรมเชิงปฎิบัติการหลักสูตร “เทคนิคการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น”(ภาคอีสาน)

February 4th, 2011

…..เมื่อวันที่ 31 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ 2554 สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้ ได้จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “เทคนิคการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น”ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ให้กับข้าราชการ พนักงานราชการ และอาสาสมัครชาวบ้านที่ทำงานให้กับโครงการอนุรักษ์และพัฒนาด้านความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อุบลราชธานี และสุรินทร์ จำนวน 35 คน การฝึกอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีทักษะ ความรู้ และความเข้าใจในรูปแบบและวิธีการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพด้านพืช สัตว์ แมลง เห็ดรา ไลเคน และภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งมีการสร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

…..การฝึกอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก อ.ศักดา ทวิชศรี ดร.สุกัญญานี แชประเสริฐ อ.ขจรศักดิ์ วงศ์ชีวรัตน์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง นางสาวนันทวรรณ สุปันตี นางสาวโสมนัสสา แสงฤทธิ์ และนางนันทิยา รัตนจันทร์ จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นวิทยากร ผลการฝึกอบรมนี้ ทำให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในแต่ละพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการสำรวจและเก็บข้อมูล เพื่อนำไปใช้ในการปฎิบัติงานในพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง

.

ดร.สุรางค์  เธียรหิรัญ                                      ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน

ประธานเปิดการอบรมฯ……………………………………………..

.

อ.ศักดา  ทวิชศรี                                     ดร.สุกัญญานี  แชประเสริฐ

.

นางสาวนันทวรรณ  สุปันตี                                    อ.ขจรศักดิ์  วงศ์ชีวรัตน์

.

นางสาวโสมนัสสา  แสงฤทธิ์                             นางนันทิยา  รัตนจันทร์

.

บรรยากาศในการอบรม

.

ล่องใต้ แลพลับพลึงธาร

February 4th, 2011

ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม 2554 ป่าชุมชนทุ่งชาลี จังหวัดพังงา
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้

                 11 ธันวาคม 2553 พวกเราทีมสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ ได้เดินทางมาถึงพื้นที่ป่าทุ่งชาลี ตำบลคุระ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา แดดอ่อนๆ ของที่นี่ทำให้เรารู้สึกแจ่มใสขึ้น หลังจากผ่านกับสภาพฝนตกตลอดในหลายวันที่ผ่านมา ทันทีที่ถึงตำบลคุระ  เราก็พากันไปหาพี่ศิริพงษ์ ศรีธนสาร   ชาวบ้านบ้านบางซอย หนึ่งในผู้อนุรักษ์พลับพลึงธาร หรือ ที่เราเรียกกันว่า “พี่ไข่แดง” พี่ไข่แดงเล่าให้ฟังถึงกิจกรรมหลายๆ อย่างที่ได้ดำเนินการในพื้นที่ หนึ่งในนั้นคือการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์พืชที่ชื่อว่า “พลับพลึงธาร” (พลับพลึงน้ำ หอมน้ำ หญ้าช้อง) พลับพลึงธารเป็นพืชประจำถิ่น สามารถพบได้แห่งเดียวในโลก   ที่จังหวัดพังงาตอนบนและจังหวัดระนองตอนล่าง  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Crinum thaianum อยู่ในวงศ์ Amaryllidaceae มีลักษณะคล้ายหัวหอมใหญ่และมีดอกคล้ายดอกพลับพลึง เป็นพืชล้มลุกที่เจริญเติบโตได้ดีในที่น้ำไหล ออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วแม่น้ำลำคลองระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมของทุกปี

               ในด้านของความหลากหลายทางชีวภาพ พลับพลึงธารจัดได้ว่าเป็นพืชที่มีความสำคัญสำหรับคนที่นี่ เปรียบเสมือนตัววัดคุณภาพน้ำว่าระบบนิเวศลำคลองของที่นี่ยังดีอยู่ เพราะพืชชนิดนี้จะอยู่รอดและขยายพันธุ์ได้ในที่น้ำไหลและใสสะอาดเท่านั้น การเพาะขยายพันธุ์นั้น เคยได้มีการนำไปเพาะขยายพันธุ์ ในที่ต่างถิ่น ปรากฎว่าพลับพลึงธารไม่สามารถเจริญเติบโตได้

               ปัจจุบันพบว่าพลับพลึงธารกำลังอยู่ในภาวะอันตราย เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เพราะมีการขุดหัวพลับพลึงธารไปขายในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทำให้พลับพลึงธารมีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง     ซึ่งปัจจุบันสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ (สผ.) จัดอันดับให้พลับพลึงธารอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (endangered species) และเป็น 1 ใน 10 ชนิดพันธุ์พืชที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประกาศให้มีมาตรการคุ้มครองชนิดพันธุ์รวมทั้งปกป้องถิ่นที่อยู่อาศัยเนื่องในโอกาส ปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพด้วย และขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาตรวจสอบข้อมูลของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ก่อนที่จะประกาศให้ขึ้นบัญชี IUCN Red List2

              ในการเข้าพื้นที่จังหวัดพังงาครั้งนี้ ทีมสำรวจความหลากหลายฯ ได้ร่วมกันปลูกพลับพลึงธาร ในลำธารบริเวณบ้านบางซอยหมู่ที่ 7 ตำบลคุระ อำเภอคุระบุรี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอนุรักษ์  พืชใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้ ให้คงอยู่คู่กับชาวบ้านในท้องถิ่นนี้ตลอดไป

1 อ้างอิง(ออนไลน์) http://www.manager.co.th/science/ViewNews.aspx?NewsID=9530000099571

2. IUCN Red List   คือ  การกำหนดสถานภาพของความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

พลับพลึงธารในเขตอนุรักษ์                                                     พลับพลึงธาร

เขตอนุรักษ์พลับพลึงธาร                                               ทีมสำรวจฯปลูกพลับพลึงธาร

การลงพื้นที่ปฏิบัติงานครั้งที่ 2 ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ปี 2554

January 27th, 2011

               นายนพพร ตั้งจิตต์งาม หัวหน้ากลุ่มงานสำรวจและพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ ร่วมกันสำรวจพื้นที่และติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการอนุรักษ์และพัฒนาด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน สุโขทัย และเพชรบูรณ์ ระหว่างวันที่ 10 -17 มกราคม 2554

               ในการสำรวจพื้นที่และติดตามผลการดำเนินงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน  ทำให้ได้รับทราบข้อมูลพื้นฐาน สภาพพื้นที่ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนั้นการติดตามผลการดำเนินงานของพื้นที่ต่อเนื่องจังหวัดเชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน ทำให้ทราบถึงกระบวนการคิดอย่างมีส่วนร่วมของชุมชน ในการวางแผนพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ การฟื้นฟู การอนุรักษ์  เพื่อคงไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพให้คงอยู่ยืนนาน

 

การติดตามผลงานการดำเนินงาน

                               เวทีชาวบ้าน  ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน          ชี้แจงโครงการอนุรักษ์และพัฒนาด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
                                  ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์