เถาวัลย์กลางป่าอ่าวอ้ายยอ

March 8th, 2011

ฉบับที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ 2554 ป่าชุมชนอ่าวอ้ายยอ จังหวัดนครศรีธรรมราช
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้

 

ป่าชุมชนอ่าวอ้ายยอ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าควนออก-บ้านน้ำตก มีเนื้อที่ประมาณ 600 ไร่จัดตั้งเป็นป่าชุมชนเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2545 สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้นที่มีพันธุ์ไม้มากมายหลายชนิดอยู่รวมกัน เถาวัลย์เป็นพืชอีกกลุ่มหนึ่งที่ชาวบ้านมักจะนำมาใช้ประโยชน์ในด้านการจักสานเครื่องใช้ต่างๆ ในครัวเรือน แต่มีเถาวัลย์ชนิดหนึ่งซึ่งชาวบ้านที่เดินป่าเรียกว่า ย่านขี้เป็ด ลำต้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-7 ซม. เปลือกต้นผิวขรุขระ โดยเถาวัลย์ชนิดนี้มีความพิเศษคือมีน้ำในลำต้นมาก ดต.สุพจน์ อินทร์ทองคำ  ชุดมวลชนสัมพันธ์ กก.ตชด.42  เล่าว่า สมัยเป็นเด็กชอบไปเดินป่ากับพ่อ ครั้งละ 3-4 วัน บางครั้งน้ำดื่มที่เตรียมไว้ไม่พอ แต่ด้วยประสบการณ์ของพ่อที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นจึงดื่มน้ำจากย่านขี้เป็ด โดยการตัดลำต้นของ ย่านขี้เป็ดสูงจากพื้นประมาณ 0.50-2.00เมตร แล้วนำภาชนะมารองรับน้ำที่ไหลออกมาจากย่านขี้เป็ด เถาวัลย์ในป่าดิบชื้นที่มีน้ำในลำต้นมากยังมีอีกหลายชนิด บางชนิดมีพิษซึ่งเราสังเกตได้จากน้ำที่ไหลออกจากลำต้นจะมีสีขุ่นไม่ใส และเมื่อดื่มจะมีรสเฝื่อน แต่เถาวัลย์ชนิดที่ดื่มน้ำได้นั้น น้ำที่ไหลออกมาจะใสและมีรสชาติเหมือนน้ำดื่มทั่วไป ซึ่งปัจจุบันคนรุ่นใหม่แทบไม่รู้จักเถาวัลย์ชนิดนี้ เนื่องจากคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ สนใจแต่การใช้ประโยชน์ด้านเทคโนโลยี จนอาจลืมคุณค่าของทรัพยากรที่มีอยู่ในผืนป่าและลืมวิถีชนบทของชาวบ้าน ซึ่งทรัพยากรเหล่านี้อาจจะมีค่ายิ่งต่อการดำรงชีพในอนาคต ดังนั้นการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นกลับมาอยู่คู่วิถีชนบทตลอดไป

ย่านขี้เป็ด

ดื่มน้ำจากย่านขี้เป็ด

หน่วยงานกับวิถีชีวิตของชาวบ้านที่เกี่ยวข้องกับป่า

March 8th, 2011

ฉบับที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ 2554 ป่าเขาขาด จังหวัดเพชรบูรณ์
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้

 

จากการลงพื้นที่ป่าเขาขาด ท้องที่บ้านเขาขาด หมู่ที่ ๘ ตำบลตะเบาะ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่ามีการประชุมชี้แจงข้อราชการเป็นประจำทุกเดือน ในเดือนมกราคม ๒๕๕๔ ทางชุมชนบ้านเขาขาดหมู่ ๘ กำหนดจัดประชุมชาวบ้าน ในวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๔ ณ ศาลากลางบ้านเขาขาด เวลา ๐๘.๐๐ น.เป็นต้นไป โดยมีนายสะท้าน โตฤทธิ์ กำนันตำบลตะเบาะ เป็นประธานการประชุมชาวบ้าน โดยมีชาวบ้านเข้าร่วมประชุมจำนวน  ๗๕ คน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หัวหน้าสถานีอนามัย ตำบลตะเบาะ  (คุณพิศมัย กรกลาง) เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยตะเบาะ (คุณ กองสิน วงศร)

ในการประชุมชาวบ้านครั้งนี้ ทางสำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้ ได้เข้าร่วมชึ้แจงความเป็นมา วัตถุประสงค์ ของโครงการอนุรักษ์และพัฒนาด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยสำนักงานฯ ร่วมกับชุมชนสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ ด้านพืช สัตว์ แมลง เห็ดรา ไลเคน และภูมิปัญญา อีกทั้งยังกล่าวถึงความสัมพันธ์เกี่ยวข้องของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในป่า ตัวอย่างเช่น ชาวบ้านที่จังหวัดสุโขทัย ในอดีตเคยตีผึ้งหลวง เพื่อเอาน้ำผึ้งนั้น ปรากฏว่าผึ้ง ๑ รัง ให้น้ำผึ้งในปริมาณมากและรังใหญ่ ปัจจุบันรังผึ้งเล็กลงน้ำผึ้งต่อรังก็ลดลง เหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากจำนวนต้นไม้ในป่าลดลง ทำให้จำนวนดอกไม้/เกสร ลดลงตามไปด้วย

จากการลงพื้นที่และเข้าร่วมประชุมชาวบ้านครั้งนี้ เป็นอีกวิธีการหนึ่งในการทำความเข้าใจร่วมกันระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่สำนักงานความหลากหลายฯ ว่ามีทิศทาง/แนวทางการดำเนินงานไปในลักษณะใด

 

                       ชี้แจงโครงการอนุรักษ์และพัฒนา                            
 ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

 

ดงไผ่ที่เขาขาด : กิจกรรมลดการสูญเสียความหลากหลาย ทางชีวภาพ

March 8th, 2011

ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม 2554 ป่าเขาขาด  จังหวัดเพชรบูรณ์
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้

เขาขาด เป็นชื่อภูเขาและชื่อหมู่บ้าน ตั้งอยู่ที่ตำบลตะเบาะ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยทิน-ป่าคลองตีบ สภาพป่าบนเขาขาดเป็นป่าชั้นสองผ่านสัมปทานทำไม้โดยบริษัทไม้อัดไทย ปัจจุบันป่าฟื้นตัว ความอุดมสมบูรณ์ของป่าเริ่มกลับคืนมา ร่มครึ้มไปด้วยพรรณไม้หลากหลายชนิด เป็นครัวอาหารของชาวบ้านนอกเขตอนุรักษ์ และเป็นแหล่งฟูมฟักสัตว์ป่ากับสิ่งมีชีวิตในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่ เขาขาดจึงเป็นป่ากันชนที่แข็งแรงระหว่างชาวบ้านกับเขตป่าอนุรักษ์

ลุงสะท้าน โตฤทธ์ กำนันตำบลตะเบาะ เล่าให้ฟังว่า ในอดีตป่าห้วยทิน-ป่าคลองตีบ เป็นป่ารกทึบอุดมสมบูรณ์ด้วยไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ หลังจากรัฐบาลให้สัมปทานทำไม้แล้ว ชาวบ้านที่เป็นแรงงานของบริษัททำไม้ก็บุกเบิกที่ดินปลูกพืชเกษตรทำมาหากินต่อในที่เดิม ประมาณปี พ.ศ.2534 รัฐบาลต้องการสงวนป่าไว้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ชาวบ้านเสียสละย้ายออกมานอกเขตอนุรักษ์ มาอยู่ ณ ที่ตั้งบ้านเขาขาดปัจจุบัน จนกระทั่งชุมชนหนาแน่นถึง 130ครัวเรือน อาชีพของชาวบ้านคือ เกษตรกรรม ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ได้แก่ ข้าวโพด ถั่วเหลือง มะขามหวาน และไม้สัก ชาวบ้านยังมีความคุ้นชินกับการใช้ชีวิตร่วมกับป่า พึ่งพิงพึ่งพาป่าเป็นแหล่งอาหาร จำพวกเห็ด ผักกูด ผักหนาม พืชเด่นของเขาขาด คือ ไผ่ ที่พบมากคือ ไผ่ซาง ไผ่รวก ไผ่หก ชาวบ้านใช้ประโยชน์จากไผ่ สำหรับเก็บหาหน่อไม้ และใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตประจำวัน

เดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม เข้าสู่ฤดูฝน สายฝนพรั่งพรูลงมาพร้อมกับสายลมฉ่ำเย็นชื่นใจ เป็นสัญญาณจากธรรมชาติบอกให้ชาวบ้านเขาขาดรู้ว่า ฤดูกาลของหน่อไม้กำลังจะมาถึง ชาวบ้านจะเข้าป่าไปเก็บหน่อไม้ซาง หน่อไม้รวก และหน่อไม้หก มาเป็นอาหาร การเก็บหน่อไม้ซาง ชาวบ้านจะตัดหน่อที่อยู่ใต้ดินเพราะมีรสหวาน หน่อที่โผล่ขึ้นมาเหนือดินจะแข็งจึงไม่นิยมเก็บมากิน จะปล่อยให้โตเป็นต้นไผ่เพื่อใช้ไม้ทำประโยชน์อย่างอื่น ส่วนหน่อไม้รวก และหน่อไม้หก หน่ออ่อนจะโผล่ขึ้นเหนือดิน ชาวบ้านจะตัดหน่อที่ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร ถ้ายาวกว่านี้หน่อจะแข็งกินไม่ได้ สำหรับไผ่ที่โตเต็มที่แล้วชาวบ้านจะนำมาแปรรูป เหลาเป็นไม้ปิ้งไก่ ไม้เสียบลูกชิ้น ขายให้พ่อค้าคนกลาง ร้อยละ 8-9 บาท

นอกจากหน่อไม้แล้ว ในป่ายังมีเห็ดฟาง เห็ดโคน ขึ้นตามพื้นป่ามากมาย ชาวบ้านรู้ว่าถ้าเก็บเห็ดฟางต้องไปเก็บบริเวณกอไผ่ซางที่ผุแล้ว  ส่วนเห็ดโคนชาวบ้านจะเก็บบริเวณที่มีจอมปลวก บางพื้นที่เรียกว่าเห็ดปลวกเพราะการเกิดอยู่ใกล้จอมปลวกนี่เอง เห็ดโคนมีรสชาติอร่อยมาก ขายได้ราคาดี จึงสร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้าน พืชผักที่เป็นอาหาร อาทิ   ผักกูด ผักหนาม ที่ขึ้นตามร่องน้ำ ลำห้วย ผักรด ผักกับแก้ ชาวบ้านจะนำมาลวก ต้ม หรือนึ่ง จิ้มกับน้ำพริก หรือแกงรวมกับเห็ด หน่อไม้ เป็นอาหารพื้นบ้านสด อร่อย และปลอดภัย

คุณณรงค์ บ่วงรักษ์  หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่ บอกว่า ชุมชนบ้านเขาขาดเคารพกติกาการใช้ประโยชน์จากป่าสงวนมาก เช่น การตัดไม้ไผ่ จะไม่ตัดยกกอ ถ้าหนึ่งกอมี 30 ลำ จะตัดเพียง 20 ลำ เหลือไว้ให้โตและเพื่มจำนวนเพื่อจะได้มีใช้ในปีต่อไป

ชาวบ้านเขาขาด มีวิถีชีวิตอยู่ร่วมกับป่า เคารพป่า ใช้ประโยชน์จากป่าอย่างรู้คุณค่า ใช้ภูมิปัญญาในการเก็บหาของป่าอย่างไม่ทำลาย พฤติกรรมของชาวบ้านเช่นนี้ควรค่าแก่การสรรเสริญยิ่งนัก นับได้ว่าเป็นการบริหารจัดการป่า ที่ช่วยลดอัตราการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ที่กำหนดใน Cross-Cutting Issues ของอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

คุณสะท้าน โตฤทธ์ กำนันตำบลตะเบาะ (เสื้อสีขาว)                                                 ที่บ้านคุณสะท้าน  โตฤทธ์
คุณณรงค์ บ่วงรัก หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่                บ้านเขาขาด ตำบลตะเบาะ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

ป่าไม้ต้องห้าม แนวทางอันแยบคายในการอนุรักษ์ป่าของชาวปวาเกอญอ

March 8th, 2011

ฉบับที่  1 เดือนมกราคม 2554 ป่าสนวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้

 

ชาวปวาเกอญอนั้นมีความเชื่อในเรื่องของผี เช่น ผีน้ำ ผีป่า ผีภูเขา เป็นต้น ซึ่งความเชื่อดังกล่าวเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวปวาเกอญอเป็นอย่างมาก ในเรื่องของการอนุรักษ์ป่า ชาวปวาเกอญอก็มีแนวทางอันแยบคายในการอนุรักษ์ป่าดังนี้

  1. ห้ามตัดไม้ 2 ง่าม เมื่อตัดแล้วจะมีอันเป็นไป
  2. ห้ามตัดไม้ที่มีเถาวัลย์ เมื่อตัดแล้วนำไปสร้างบ้านจะทะเลาะกันระหว่างสามีและภรรยา
  3. ห้ามตัดไม้ขุนห้วย มิฉะนั้นน้ำในหนองจะแห้ง
  4. ห้ามตัดไม้ ในหนองน้ำกลางป่า จะทำให้น้ำแห้งเช่นกัน
  5. ห้ามตัดไม้ยอดด้วน เมื่อตัดไปแล้วจะเกิดเหตุไม่ดีหลายอย่าง เช่น ถ้านำไปสร้างบ้านคนที่อาศัยอายุจะไม่ยืน
  6. ห้ามตัดไม้ที่น้ำออกจากรู เชื่อกันว่าผีน้ำจะหนี ทำให้น้ำแห้ง
  7. ห้ามตัดไม้บริเวณดอย 3 เส้า มิฉะนั้นจะมีอันเป็นไป
  8. ห้ามตัดไม้ช่องลม (บริเวณที่มีลมพัดผ่าน) มิฉะนั้นจะมีอันเป็นไป
  9. ห้ามตัดไม้ในป่าช้า ถ้าตัดไม้บริเวณนั้นแล้ว วิญาณจะไม่มีที่อยู่ และวิญญาณเหล่านั้นจะมารบกวนคนที่อยู่ในหมู่บ้าน ทำให้ไม่สงบสุข
  10. ห้ามตัดไม้บนดอยงาช้าง (บนดอยที่มีห้วย 2 สายไหลลงมารวมกันเป็น 1 สาย)
  11. ห้ามตัดไม้ในป่าสะดือ
  12. ห้ามตัดไม้บริเวณสะดือป่า (เป็นบริเวณยอดเขาตรงกลางของหลายๆลูก) ภาษาปาเกอะญอ เรียกว่า ดิมเบอะ แปลว่ากบภูเขา ลักษณะเหมือนกบภูเขาที่กำลังกกลูก ถ้าตัดแล้วจะมีอันเป็นไป
  13. ห้ามตัดไม้ในป่า ปะโล๊ะ เป็นป่าที่ฝากของให้กับคนที่ตายไปแล้ว

 

แนวทางและข้อห้ามดังกล่าวของชาวปวาเกอญอ ทำให้ชาวปวาเกอญอมีป่าและสามารถอยู่ร่วมกับ

ป่าได้อย่างมีความสุข ตราบใดที่ความเชื่อเรื่องผียังคงอยู่ ป่าของชาวปวาเกอญอก็จะยังคงอยู่

ป่ามีผึ้งยัง

March 8th, 2011

ฉบับที่ 1 เดือน มกราคม 2554  ป่าเขาเขียว จ.สุโขทัย
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้

พ่อประจวบ ศรีมาลัย

ผึ้งเป็นแมลงที่ช่วยขยายพันธุ์ไม้และดอกไม้ โดยการนำเกสรตัวผู้ไปผสมกับเกสรตัวเมีย ซึ่งเรียกว่าการผสมเกสร และน้ำผึ้งในรังใหญ่นั้นคือ น้ำหวานที่ผึ้งเก็บจากเกสรดอกไม้นั่นเอง

พ่อประจวบ ศรีมาลัย หรือที่ชาวบ้านบ้านภูหีบ จังหวัดสุโขทัยเรียกกันว่า พ่อบวบ  เป็นชาวไร่ ชาวนา และหาอยู่หากินกับป่าเขาเขียวมายาวนาน พ่อบวบเล่าเรื่องผึ้งให้ฟังว่า  แต่ก่อนนั้น ในป่ามีต้นไม้ใหญ่หลายต้นและดอกไม้ป่าเต็มผืนป่า  มีรังผึ้งมากมายและรังใหญ่มาก เพราะผึ้งเก็บน้ำหวานจากเกสรดอกไม้เหล่านั้น เมื่อจะเก็บหัวน้ำ(น้ำผึ้ง) แต่ละครั้งนั้นต้องตอกทอยขึ้นไปเนื่องจากต้นไม้สูง เรียกว่า ตอกทอยตีผึ้ง หนึ่งรังได้น้ำผึ้งถึง 4 หรือ 5 ขวด ขายได้ราคาขวดละ 60 บาท แต่ทุกวันนี้ไม่ได้ตอกทอยตีผึ้งแล้ว เพราะผึ้งทำรังอยู่บนต้นไม้เล็ก การเก็บหัวน้ำนั้นจะใช้วิธีคบไฟ (รมควันไฟ) โดยนำกิ่งไม้ ใบไม้ที่แห้งแล้วกองไว้รอบต้นไม้ที่มีรังผึ้งอยู่แล้วจุดไฟเผา จากนั้นนำใบไม้สดวางทับอีกทีเพื่อให้เกิดควัน พอผึ้งได้กลิ่นควันไฟ   ก็บินหนีไป จึงเก็บรังผึ้งได้ แต่ผึ้งหนึ่งรังจะได้น้ำผึ้งเพียง 1 หรือ 2 ขวดเท่านั้น และขายได้ราคาขวดสูงขึ้นขวดละ 300 บาท  ที่เป็นเช่นนี้เพราะต้นไม้และดอกไม้ป่าลดลง เนื่องจากพื้นที่บางส่วนกลายเป็นไร่มันสำปะหลัง ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็อาชีพหลักของชาวบ้านบ้านภูหีบ

ผึ้งกับป่าต่างพึ่งพาอาศัยกัน ป่าต้องการผึ้งช่วยผสมเกสรเพื่อขยายพันธุ์ไม้  ผึ้งต้องการน้ำหวานจากต้นไม้และดอกไม้ในป่า  “ป่ามีผึ้งจึงยังอยู่” ผึ้งจึงเป็นตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงของป่าได้