น้ำหวานจากยอดไม้

July 26th, 2010

สภาพป่าของจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน  มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้อย่างมาก ประกอบกับราษฎรที่อาศัยในจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีอยู่หลายเผ่าพันธุ์    เช่น ไทยใหญ่   คนเมือง  กระเหรี่ยง   มูเซอ   อีก้อ  ม้ง  แม้ว  ฯลฯ  ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านที่มีป่าอุดมสมบูรณ์  ก็เลยได้ประโยชน์กับป่ามากมายทำให้ราษฎรหาของป่ามาขายได้  เช่น   เก็บหาอาหารจากป่า เก็บสมุนไพรจากป่า เก็บ  เห็ดถอบ เก็บเห็ดใบ เก็บหน่อไม้  หาสัตว์ป่า เอาน้ำผึ้งป่า

ผึ้งมีอยู่หลายชนิด อาทิ ผึ้งหลวงหรือผึ้งม้า ผึ้งโกรน  ผึ้งเลี้ยง  แต่ในที่นี้เราจะมารู้จักกับผึ้งหลวงหรือผึ้งม้าซึ่งเป็นผึ้งป่าที่ชาวบ้านนิยมเก็บเอาน้ำผึ้งมาขายหรือมาใช้ประโยชน์มาก เช่น ทำยา ทำขนม  เข้ายาร่วมกับสมุนไพร  เป็นต้น  ผึ้งหลวงจะอาศัยอยู่ตามป่าได้ทุกประเภทที่มีแหล่งน้ำและอาหารที่สมบูรณ์ ลักษณะการอยู่ จะทำรังติดอยู่กับต้นไม้ใหญ่ๆ มีเถาวัลย์ปกคลุม  เพื่อป้องกันการมองเห็น   ผึ้งมักจะกลับมาทำรังติดอยู่กับต้นไม้เดิมๆทุกปีและต้นไม้ใหญ่บางประเภทจะมีผึ้งอยู่เป็นเป็นจำนวนมากหลายสิบรัง น้ำผึ้งที่นิยมเก็บเอามาขายมักจะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม –   เดือนพฤษภาคม เพราะเป็นช่วงที่ผึ้งกินน้ำเกสรดอกไม้ป่ากำลังออกดอกสมบูรณ์ เกสรดอกให้รสชาติความหวานดีเยี่ยม เช่น  ดอกไม้แดง ดอกไม้เปา ดอกประดู่ และดอกไม้อื่นๆ    ดอกไม้ป่าบางชนิดเป็นสมุนไพรชั้นเยี่ยม  และอีกอย่างที่สำคัญคือน้ำผึ้งป่าช่วงนี้จะมีรสหวาน   สะอาดบริสุทธิ์เพราะไม่เคยโดนน้ำฝนเลย     การเอาน้ำผึ้งชาวเหนือมักจะเอากันวันพญาวันปี๋ใหม่เมืองเดือนห้า  หรือตรงกับวันที่  15  เมษายนของทุกปี  ซึ่งตรงกับวันสงกรานต์ของคนไทย      จะเป็นน้ำผึ้งที่ดีที่สุดเพราะเป็นวันมหามงคลยิ่งใหญ่ของชาวเหนือ     จึงนิยมเรียกกันว่าน้ำผึ้งเดือนห้า

อุปกรณ์การเอาผึ้ง

1.  มีด                           ประโยชน์             ใช้ตัดไม้  ทำลิ่ม  ตัดไม้คร่าว(บันได)

2.  เชือก                       ประโยชน์             ใช้ผูกปี๊ปส่งน้ำผึ้งลงจากต้นไม้  ผูกอุปกรณ์บางอย่างขึ้นบนต้นไม้

3. หน้ากาก               ประโยชน์            ใส่ป้องกันผึ้งกัดหรือต่อยตามใบหน้าและลำคอ

4. ปี๊ป                            ประโยชน์             ใส่น้ำผึ้งลงต้นไม้

5. ขวาน                       ประโยชน์             ใช้ตอกลิ่มหรือตีซี่บันไดขึ้นต้นไม้

6. แคร่(คบไฟ)           ประโยชน์             ใช้โลมควันไล่ผึ้ง

ขั้นตอนการเอาผึ้ง

สมุนไพรพื้นบ้าน

July 25th, 2010

ฉบับที่ 3 เดือน พฤษภาคม 2553 ป่าประดาง – วังเจ้า จังหวัดตาก
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้


การใช้สมุนไพรในการรักษาโรค เป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล แม้ว่าปัจจุบันคนส่วนใหญ่จะหันไปใช้การรักษาแผนปัจจุบันกันมากกว่า แต่ชาวบ้านบ้านท่าทองแดงบางส่วน ก็ยังมีการใช้สมุนไพรในการรักษาโรคกันอยู่โดยเฉพาะการทำลูกประคบรักษาอาการเคล็ดขัดยอก ฟกช้ำ โดยใช้หัวของต้นไพลเหลือง ไพลดำ และขมิ้นชัน


ป้าเลียบ บุญศรี ลุงบุญถึง บุญศรี และลุงชู บุญศรี ปราชญ์ชาวบ้านด้านสมุนไพร
บ้านท่าทองแดง ตำบลนาโบสถ์ อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก


วิธีการทำและการรักษาลูกประคบ  นำไพลเหลือง ไพลดำ และขมิ้นชัน ซึ่งหาได้ในพื้นที่ของชุมชน มาโขลกให้ละเอียดแล้วนำมาห่อด้วยผ้าขาวบาง มัดให้แน่น แล้วจึงนึ่งให้มีความร้อนเล็กน้อยนำมาประคบบริเวณที่มีอาการฟกช้ำ หรือบริเวณที่มีแมลงกัดต่อย โดยการประคบจะประคบทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที ก็จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยให้หายไปได้

สรรพคุณและวิธีการนำมาปรุงเป็นยา
นำหัวมาฝนทาแก้เคล็ดขัดยอก
นำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารรับประทานช่วยในการขับประจำเดือน
หัวไพลสดๆ นำมาตำคั้นเอาน้ำออกมาผสมกับเกลือและสุราพื้นบ้านประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ รับประทานเป็นยาถ่าย แก้บิด สมานลำไส้

ผักกุ่มดอง การถนอมอาหารโดยภูมิปัญญาของชุมชน

July 25th, 2010

ฉบับที่ 2 เดือน กุมภาพันธ์ 2553 ป่าประดาง -วังเจ้า จังหวัดตาก
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้


หน้าร้อนมาเยือนแล้ว ต้นกุ่มเริ่มแตกใบอ่อน  ชาวบ้านหลายคนในบ้านท่าทองแดง กำลังเดินออกไปตัดใบกุ่มมาดอง เราจึงได้ติดตามไปดู เพราะอยากรู้ว่าผักกุ่มดองที่ปัจจุบันนี้หารับประทานยากเหลือเกินเค้ามีขั้นตอนการทำกันอย่างไร


กุ่ม เป็นไม้ยืนต้นที่มักขึ้นอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง ขอบบึง ส่วนของกุ่มที่นำมา รับประทานคือ ใบอ่อน และดอกอ่อน การรับประทาน ผักกุ่มต้องผ่านการดองเสียก่อน ไม่นิยมนำมากินดิบ เพราะผักกุ่มสดนั้นมีรสขม การเก็บใบอ่อนจะเก็บใน ช่วงฤดูร้อน มีนาคม – พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่กุ่มแตกใบอ่อนพอดี



อุปกรณ์

ยอดใบอ่อนของกุ่ม
เกลือ
น้ำซาวข้าว
ข้าวสุก
อ่างหรือตุ่มสำหรับดอง


ขั้นตอนการดองกุ่ม
1. นำยอดใบอ่อนของกุ่มที่เก็บได้มาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำมาผึ่งแดด ให้แห้งพอหมาดๆ
2. นำใบอ่อนของกุ่มที่ผ่านการตากแดด มาแช่น้ำปลาทิ้งประมาณ 2 วัน จากนั้นนำมาบีบคั้น เอาน้ำออก 2-3 รอบ เพื่อไม่ให้กุ่มติดรสขม
3.นำเกลือมาละลายในอ่างที่มีน้ำเตรียมไว้พอประมาณ นำใบอ่อนของกุ่มไปใส่ลงในอ่าง เทน้ำซาวข้าวลงไปให้ท่วมใบกุ่ม (ถ้าน้ำไม่ท่วมใบกุ่มจะทำให้ใบกุ่มมีสีดำ ไม่น่ารับประทาน) ใส่ข้าวสุกลงไปเพื่อทำให้กุ่มมีรสเปรี้ยว ปิดฝา แล้วนำไปตากแดดไว้ ประมาณ 2 วัน เสร็จแล้วสามารถนำใบกุ่มมาบริโภคได้

ประโยชน์ด้านอื่นๆ ของกุ่ม
นอกจากใบอ่อนที่นำมาดองเปรี้ยวแล้ว กุ่มยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ อีกนะ
ต้น       ใช้ทำอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ไม่ถาวรได้
เนื้อไม้  ใช้ทำกระดาษและทำไหมเทียม
รากและเปลือกมีสรรพคุณด้านสมุนไพร
ราก นำมาแช่น้ำรับประทานเป็นยาธาตุ  และเปลือกใช้ต้ม ปรุงเป็นยา รับประทานตัดลม ขับลมในลำไส้

ป่าเขาคันนา: จากความหลากหลายทางชีวภาพ ถึงป่ากันชน สู่ชุมชนอยู่เย็นเป็นสุข

July 25th, 2010

ฉบับที่ 1 เดือน มกราคม 2553 ป่าประดาง -วังเจ้า จังหวัดตาก
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้


ป่าเขาคันนา อยู่ในเขตป่าสงานแห่งชาติป่าประดาง-วังเจ้า เขตปกครองตำบลนาโบสถ์ อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 326 เมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับพื้นราบและเป็นพื้นที่ที่ให้น้ำไหลลงสู่คลองสบยม ผ่านลำห้วยโป่งเป้าลงสู่แม่น้ำปิง สภาพป่าเป็นป่าเต็งรังและป่า   เบญจพรรณซึ่งมีความหลากหลายของกลุ่มพืช เช่น ต้นขยัน ต้นชะงู ผักกูด บุก และกระเจียว ความหลากหลายของกลุ่มสัตว์ เช่น เสือไฟ อีเห็น แย้ อึ่ง ตุ่น อ้น ปู กระต่าย กระรอก นก และไก่ป่า นอกจากนี้ยังมีความหลากหลายของกลุ่มแมลง เช่น ผีเสื้อ ตั๊กแตน และด้วง  และความหลากหลายของกลุ่มเห็ดรา เช่น เห็ดโคน       เห็ดเผาะ เห็ดมันปู เห็ดน้ำหมาก และเห็ดขมิ้น สถานที่พบเด่นๆคือ น้ำตกโป่งเป้า
ชุมชนบ้านท่าทองแดง และบ้านวังน้ำเย็น ใช้ประโยชน์จากป่าด้วยการเก็บอาหาร สมุนไพร และวัสดุเครื่องใช้ในครัวเรือน นอกจากนี้ป่าเขาคันนายังทำหน้าที่เป็นป่ากันชนระหว่างชุมชนกับเขตป่าอนุรักษ์ได้แก่ อุทยานแห่งชาติลานสาง และอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เมื่อชาวบ้านมีพื้นที่ส่วนรวมเพื่อดำรงชีวิตประจำวัน จะลดอัตราการรบกวนความหลากหลายทางชีวภาพของป่าอนุรักษ์ได้

ป่าอนุรักษ์ที่ร่มรื่นชุ่มเย็น เปรียบดังสถานเพาะเลี้ยงฟูมฟักสิ่งมีชีวต ทั้งพืช สัตว์ แมลง เห็ดรา และไลเคน ให้แพร่กระจายสู่ป่าเขาคันนา ผืนป่าที่อยู่ติดกับชุมชนบ้านท่าทองแดงและบ้านวังน้ำเย็น ชุมชนกับป่าได้พึ่งพิงพึ่งพากันและกัน ป่าเขาคันนาจึงเป็นป่าที่ทำหน้าที่ปกป้องพื้นที่อนุรักษ์ และหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในชุมชน ให้ผ่านพ้นความทุกข์ร้อน เป็นสู่ชุมชนอยู่เย็นเป็นสุขในที่สุด

ชมนกเป็ดที่ป่าดงภู

July 25th, 2010

ฉบับที่ 3 เดือน มีนาคม 2553 ป่าดงภู จังหวัดศรีสะเกษ
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้


ป่าดงภู เป็นป่าริมน้ำมูล ประกอบด้วยป่าบุ่ง ป่าทาม ที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพรรณไม้   สัตว์น้ำและ นกน้ำ ซึ่งนกน้ำที่น่าสนใจ มีปริมาณมาก ซึ่งพบได้บ่อย โดยเฉพาะบริเวณป่าบุ่ง ป่าทาม คือ เป็ดแดง (Lesser Whistling-duck) เป็ดแดงมีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Dendrocygna javanica ชื่อชนิดดัดแปลงมาจากชื่อสถานที่ที่พบครั้งแรก คือ เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย  เป็ดแดงมีการกระจายพันธุ์ ในอินเดีย หมู่เกาะอันดามัน หมู่เกาะนิโครบาร์ จีนตอนใต้ เกาะไต้หวัน พม่า ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย


ลักษณะทั่วไป:  เป็นนกขนาดเล็ก – กลาง (40-43 ซม.) มีปากแบน กว้าง สีเทาดำ ทั้งสองเพศมีลักษณะและสีสันเหมือนกัน คือ ลำตัวสีน้ำตาลแดง กระหม่อม ช่วงไหล่ และปีกเป็นสีน้ำตาลแดงเข้มกว่าบริเวณอื่น ขนปลายปีกสีดำ เวลาบินจะเห็นสีปีกตัดกับสีของลำตัวชัดเจน


อุปนิสัย และการหาอาหาร อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำ พบอยู่เป็นฝูงใหญ่ปกติเป็ดแดงมีกิจกรรมและหากินในเวลากลางคืน ส่วนในเวลากลางวัน มันจะชอบลอยน้ำ หรือว่ายน้ำพักผ่อนนอนหลับ หรืออาจขึ้นมายืนบนบกใกล้แหล่งน้ำ หรือเกาะพักผ่อนตามต้นไม้ใกล้แหล่งน้ำ  อาหารของนกเป็ดแดง ได้แก่ เมล็ดธัญพืช เมล็ดหญ้า พืช และสัตว์น้ำ เช่น สาหร่าย แหน กุ้ง หอย ปู ปลา

การผสมพันธุ์และการทำรัง เป็ดแดง มักจะทำรังในช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือน พฤษภาคม ถึงเดือนมิถุนายน โดยทำรังตามกอกก จูด อ้อ หรือหญ้าที่ขึ้นอยู่ในหรือใกล้แหล่งน้ำที่เป็นแหล่งอาศัย รังเป็นแบบง่ายๆ สร้างหยาบๆ
โดยใช้ใบพืชที่อยู่ในบริเวณที่สร้างรัง และใช้ขนนกซึ่งมักเป็นขนบริเวณท้องของมันเองมาวางซ้อนกัน ทำตรงกลางให้เป็นแอ่งคล้ายรูปจานเพื่อรองรับไข่ มันมักอำพรางไข่และรังด้วยการใช้ใบพืชมาคลุมบนรัง ทำให้สังเกตเห็นได้ยาก

สถานภาพปัจจุบัน
เป็ดแดง เป็นทั้งนกประจำถิ่น และนกอพยพ มาช่วงฤดูผสมพันธุ์ พบบ่อยและมีปริมาณมาก
การใช้ประโยชน์

ใช้เป็นอาหาร โดยมีรายการอาหาร ได้แก่ ย่าง ทอด ลาบ

ปัจจุบัน มีปัจจัยคุกคามคือ การล่ามาเพื่อการค้า  กฎหมายจัด เป็ดแดง เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง


ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือนกในเมืองไทยเล่ม 2  ของอ.โอภาส  ขอบเขตต์
ภาพนกสวยๆ จาก www.kanchanapisek.or.th