การทำไม้กวาด บ้านท่าทองแดง จากวัชพืช กลายมาเป็นสินค้าเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน

October 20th, 2010

ฉบับที่ 4 เดือน มิถุนายน 2553 ป่าประดาง -วังเจ้า จังหวัดตาก
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้


ไม้กวาด เป็นอุปกรณ์ที่แต่ละครอบครัวมีความจำเป็นต้องใช้ในการทำความสะอาดบ้าน แม้ปัจจุบัน บางบ้านได้นำเครื่องดูดฝุ่นเข้ามาใช้บ้างแล้ว แต่ก็ยังมีบ้านและสถานที่ต่าง ๆ อีกจำนวนไม่น้อย ที่ต้องการใช้ไม้กวาด ไม้กวาดดอกหญ้าจึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาเป็นสินค้าเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน โดยเฉพาะบ้านท่าทองแดง และหมู่บ้านใกล้เคียง ที่มีการทำไม้กวาดกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน 


การทำไม้กวาดของบ้านท่าทองแดงมีการทำกันสืบต่อเนื่องกันมาหลายรุ่น เป็นอาชีพเสริมจากการทำเกษตรกรรมที่เป็นอาชีพหลัก ของคนในหมู่บ้าน ที่สามารถทำได้ตลอดปี


อุปกรณ์

1. ต้นไม้กวาด    2. เชือกปอฟาง     3. มีด     4. เข็มเย็บกระสอบ     5. แล็คเกอร์


 ขั้นตอนการทำ

1. นำต้นไม้กวาด มาตากแดดให้ดอกร่วง หลัง จากตากแดดจนต้นไม้กวาดแห้งดีแล้ว นำต้นไม้กวาด มาหักดอกออกจากตัวต้น เพื่อนำไปทำลูกไม้กวาด

 


2.  นำลูกไม้กวาด 1 กำมือ (ประมาณ 70-80 ดอก) มามัดให้เป็นวงกลม

 

 


3.  นำเข็มเย็บกระสอบ ซึ่งร้อยเชือกฟางไว้แล้วแทงเข้า ตรงกลางมัดลูกไม้กวาด แล้วถักขึ้นลงแบบหางปลา ให้ได้ 3 ชั้น พร้อมจัดลูกไม้กวาด ให้มีลักษณะแบน


 


4.  นำไม้ไผ่ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 7-8  เซนติเมตร เสียบเข้าตรงกลางมัด ของลูกไม้กวาด

5.  นำเชือกฟางมัดลูกไม้กวาดไว้ด้วยกัน  โดยนำเชือกฟางมาสอดตรงรูที่เจาะ เพื่อป้องกันไม่ให้ดอกหญ้าออกจากกัน

6.  ประกอบด้ามเสร็จแล้ว เพื่อให้ด้ามไม้กวาดมีความทนทาน ให้นำแล็คเกอร์มาทาไว้ที่ตัวไม้กวาด โดยเฉพาะบริเวณเชือกที่มัดระหว่างด้ามและลูกไม้กวาดเอาไว้

 


7.  ตากให้แห้ง นำส่งร้านค้าในชุมชน หรือตามร้านขายสินค้าโอท็อปเพื่อจำหน่ายต่อไป

  

 

รายงานการประชุมสัมมนารายงานผลการดำเนินงานของโครงการอนุรักษ์และพัฒนาด้าน ความหลากหลายทางชีวภาพ ประจำปีงบประมาณ 2552

October 19th, 2010

รายงานการประชุมสัมมนารายงานผลการดำเนินงานของโครงการอนุรักษ์และพัฒนาด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ประจำปีงบประมาณ 2552 เรื่อง “การจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ บทเรียนจากพื้นที่และข้อคิดจากภาคี”

 

ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสารนี้ได้ตามลิงค์ด้านล่าง

.PDF :: ดาวน์โหลดเอกสาร

เทศกาลอาหารมันป่าและกลอยที่ภูคำบก จ.ร้อยเอ็ด : ภูมิปัญญาชาวบ้านสู่ความ มั่นคงทางอาหารของมนุษยชาติ

October 18th, 2010

ฉบับที่ 3 เดือนกันยายน 2553 ป่าภูคำบก  จังหวัดร้อยเอ็ด
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้

เดือนสิงหาคมต่อกันยายน ท้องฟ้าที่ภูคำบกฉ่ำฝน ผืนป่าชุ่มชื่น ชุบฟื้นชีวิตพืชพรรณให้แตกใบเพสลาด แต้มสีเขียวเข้มทั่วทั้งราวป่า ความแข็งแรงกลับสู่ผืนป่าอีกครั้งหลังจากเป็นเหยื่อโอชะของ ไฟป่าไปเกือบครึ่งหนึ่งของป่าทั้งหมด สิ่งมีชีวิตเล็กๆเริ่มกระหยิ่มยิ้มย่อง หญ้าระบัดใบอ่อนรอสัตว์เคี้ยวเอื้อง อีรอก  อีลาย อีบุก เห็ด มัน กลอย เติบโตพอดีกับเป็นอาหารของสัตว์ แมลง และคน

ผู้ใหญ่ชูชาติ นามชารี ประธานกลุ่มอาสาพิทักษ์ป่าภูคำบก กล่าวในเวทีโสเหล่(เวทีชาวบ้าน) ว่า “วันก่อนเห็นคนจากถิ่นอื่นมาขุดหัวกลอยจากภูคำบกออกไปเต็มกระบะรถ ประมาณด้วยสายตา 1,000  กิโลกรัม ถ้าขายกิโลกรัมละ 25 บาท เป็นเงิน 25,000 บาท มูลค่าไม่น้อยเลยทีเดียว เราคงต้องหาแนวทางพัฒนาการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพของป่าภูคำบกให้ยืนนาน”

เมื่อผู้ใหญ่ชูชาติ เปิดประเด็น เวทีวันนั้นจึงพูดคุยเรื่องมันและกลอย พ่อใหญ่ไพร พนมเขตบอกว่า “กลอยมันเมานะ กินแล้วคันปาก คันลิ้น คลื่นไส้ อาเจียน ใจสั่น ตาพร่ามัว”

ผู้ช่วยสมหมาย โรมจันทร์ แก้แทนกลอยว่า “กลอยมีสารคล้ายข้าวเหนียว กินแล้วทำให้อารมณ์ดี รื่นเริง ลดอาการซึมเศร้า คั้นน้ำแช่ผ้าไหมผ้าฝ้ายทำให้มันวาวและทนแรงดึง เข้าเครื่องยาเป็นสมุนแก้ท้องเป็นดาน น้ำคั้นจากกลอยพ่นขับไล่แมลงศัตรูพืชเกษตรได้ดี การกำจัดพิษหรือหักเมาทำได้โดย ฝานกลอยบางๆแล้วแช่น้ำเกลือ 4-5 วัน ระหว่างนี้เปลี่ยนน้ำเกลือทุกวัน จนน้ำเกลือใส ก็ใช้ได้”

“อาหารจากกลอยต้องใช้ความพยายามในการปรุงสูง ต้องทำด้วยจิตด้วยใจ ชาวบ้านจึงนิยมนำอาหารจากกลอยไปถวายพระ   เพราะอุปนิสัยคนอีสานสัมพันธ์กับบุญบาป  สิ่งใดที่คิดว่าดีมีคุณค่าต่อจิตใจมักจะนำไปทำบุญก่อน คุณค่าของกลอยยังสื่อผ่านการตั้งชื่อลูกสาวอันเป็นที่รักยิ่งของชาวบ้านว่า กลอยใจ” พ่อใหญ่สัน คำแดงมล ช่วยเสริมความดีให้กลอย

พ่อใหญ่กองแก้ว สามพันธ์ เริ่มพูดถึงมันป่าว่า “แต่ก่อน ปีใดฝนแล้ง น้ำท่วม ทำนาได้ข้าวไม่พอกิน พ่อแม่ก็จะพาเก็บมันป่า และกลอย มาหุงกินแทนข้าว คุณสมบัติของมันป่าหลากหลายตามสายพันธุ์ บ่งบอกผ่านชื่อที่เรียก เช่น มันน้ำ รสจืดกรอบเหมือนมันแกว น้ำมาก ชาวบ้านจึงกินแทนน้ำ มันนก มันนอน มันฮืบ มันข้าวก่ำ เผิ่ม มันเหลือง ปรุงอาหารแทนข้าวได้ทั้งนั้น”

อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน.รุ่งเรือง ดีลบรัมย์ เสริมเพื่อนรักว่า “มันป่าช่วยรักษาระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยบำรุงรักษาสุขภาพของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน”

“อาหารประเภทแป้งสำหรับชุมชนภูคำบกเรามากมาย แต่สำหรับในภูมิภาคอื่นหากเกิดวิกฤติอาหารจากภัยธรรมชาติ น้ำท่วม พายุหมุน แผ่นดินไหว ไฟฟ้าดับ น้ำสกปรก ขาดแคลนอาหาร ไม่มีฟืนไฟจะลำบากในการหุงหาอาหาร  มันป่าจะเป็นผู้แก้วิกฤติได้ เพราะทำให้สุกได้ง่าย โยนเข้ากองไฟก็สุกกินได้แล้ว” ผู้ใหญ่ชูชาติ ในฐานะผู้นำชุมชนห่วงปัญหาระดับมหภาค

“แต่ว่ามันป่ากับกลอยก็ทำอาหารได้หลายอย่าง เช่น ข้าวเหนียวนึ่งกลอย กลอยพล่า มันทอด ข้าวเกรียบ บวด บัวลอย” แม่บัวลัย นามชารี แม่ครัวประจำเวทีแสดงความคิดด้วย

“ถ้าอย่างนั้น เราจัดเทศกาลอาหารจากมันป่าและกลอย เพื่อค้นหาภูมิปัญญาชาวบ้านในการปรุงอาหารจากมันป่าและกลอยกัน” ผู้ใหญ่ชูชาติ สนองรับเรื่องจากภรรยา

เวทีโสเหล่ (เวทีชาวบ้าน) เดือนกันยายน จึงตกลงจัดเทศกาลอาหารจากมันป่าและกลอย โดยเลือกวันที่ 14 ตุลาคม 2553 รูปแบบงานเป็นเวทีธรรมชาติ ระหว่างปรุงอาหารให้มีกิจกรรมบันเทิงบ้างตามธรรมชาติของคนอีสาน แต่ควรบันเทิงอย่างมีสาระ ที่เรียกว่า สาระบันเทิง ที่ประชุมจึงเสนอให้เชิญนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเครือข่ายของป่าภูคำบก มาเล่าประวัติศาสตร์คนลุ่มน้ำยัง ประกอบหมอลำกลอน ทั้งนี้ใช้ชื่องานว่า “เทศกาลมันป่าและกลอยใจ เล่าประวัติศาสตร์ ไทลุ่มน้ำยัง”

ชุมชนป่าภูคำบกอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณอาหารจากป่า ชาวบ้านจึงไม่อดไม่อยาก มันป่าและกลอย จึงเป็นสิ่งเล็ก ๆ ของชาวบ้าน แต่ในอนุภูมิภาคที่เกิดน้ำท่วม แผ่นดินไหว ขาดแคลนอาหาร ผู้ประสบภัยเหล่านั้นย่อมอดอยาก เทศกาลที่ชุมชนป่าภูคำบกร่วมคิดร่วมทำจึง เป็นการกระทำเล็ก ๆ ง่าย ๆ แบบธรรมชาติ แต่เป็นกระบวนการคิดที่ใหญ่ เพราะสิ่งที่ชาวบ้านคิดและทำ สามารถตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหารของมนุษยชาติ จึงไม่เป็นการอวดอ้างเกินไปที่จะพูดว่า เทศกาลอาหารจากมันป่าและกลอยที่ภูคำบก เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านเพื่อความมั่นคงทางอาหารของมนุษยชาติ

ความสะป๊ะของคนเมือง

October 12th, 2010

คนชนบทมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับป่าเขามานาน ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมา ชาวบ้านรู้จักวิธีการที่จะใช้ประโยชน์จากป่า รวมไปถึงยังรู้จักอนุรักษ์และฟื้นฟูไปพร้อม ๆ กันเหมือนมีการดึงออกและเติมเข้าอยู่ตลอดเวลา จึงเรียกได้ว่า ถ้าไม่มีป่าก็ไม่มีคน ป่ายังคนอยู่ ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีวิวัฒนาการใหม่ ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปทุก ๆ วัน เหมือนเป็นเครื่องคอยตอกย้ำให้ชาวบ้านตระหนักว่า พวกเขาจะอยู่เฉยไม่ได้แล้ว พวกเขาจะไม่รับแต่เพียงเทคโนโลยีแต่เพียงด้านเดียว แต่จะรู้จักเลือกรับเอาแต่เทคโนโลยีที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการดำรงชีวิตประจำวันของตนเองและต้องมีความสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างสมดุลกัน ดังนั้น คนชนบทในแต่ละหมู่บ้านรอบ ๆ ป่าถาวร ซึ่งก็คือป่าสาลีก จึงสามารถใช้ป่าเพื่อการทำมาหากินเลี้ยงชีพแบบพอเพียงได้ แต่ในขณะเดียวกันจะต้องใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด อนุรักษ์ ฟื้นฟูและทดแทนสิ่งที่ชาวบ้านเอามาจากป่าด้วยเช่นกัน

ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสารนี้ได้ตามลิงค์ด้านล่าง
.PDF :: ดาวน์โหลดเอกสาร

ป่าดงภู วิถี ภูมิปัญญา คน-น้ำ-ป่า พึ่งพา ผูกพันธ์

October 11th, 2010

โครงการอนุรักษ์และพัฒนาด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ประจำพื้นที่ลุ่มน้ำมูล จังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้ ซึ่งได้ดำเนินการในปีงบประมาณ 2552 มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าไม้ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน

นับว่าเป็นปีที่สองของการดำเนินงานศึกษาวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่เข้มข้นขึ้น ทำให้มีเรื่องราวความรู้จากป่าชุมชนดงภูที่ยังมีความน่าสนใจ และน่าค้นหา ไม่น้อยกว่าปีที่แล้วเลย ป่าดงภู ณ ปัจจุบัน ยังคงอุดมสมบูรณ์ และยังเป็นป่าที่มีคุณค่าต่อวิถีชีวิตสังคม ประเพณี วัฒนธรรม ของคนกับป่า ที่ได้พึ่งพาอาศัย ผูกพันกันมาหลายชั่วอายุคน

ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสารนี้ได้ตามลิงค์ด้านล่าง
.PDF :: ดาวน์โหลดเอกสาร